อัปสกิลภาษาจีน ไปกับบทความดี ๆ จาก Zhong Xin

รวมบทความภาษาจีนน่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ และวัฒนธรรมจีนอ่านง่าย
เข้าใจไว เหมาะสำหรับผู้เรียนทุกระดับ ไม่ว่าจะเริ่มต้นหรืออยากพัฒนาทักษะเพิ่มเติม

HSK 3.0 คืออะไร? สรุปครบจบในที่เดียวสำหรับมือใหม่

HSK 3.0 คืออะไร? สรุปครบจบในที่เดียวสำหรับมือใหม่

            ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเริ่มต้นเรียนภาษาจีน หรือวางแผนจะสอบวัดระดับความรู้เพื่อเอาไปยื่นชิงทุนและสมัครงาน เชื่อว่าช่วงนี้คุณคงได้ยินคำว่า “HSK 3.0” ผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อย และหลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่า อ้าว! แล้วที่เรียนมาล่ะ?” หรือ ระบบใหม่มันยากขึ้นขนาดไหนกันแน่?”

การปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของระบบทดสอบความรู้ภาษาจีนมาตรฐานสากล หรือ HSK ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนคำศัพท์จากหลักพันเป็นหลักหมื่นเท่านั้น แต่เป็นการยกเครื่องมาตรฐานใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น

บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้มือใหม่แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่โครงสร้าง 9 ระดับที่เพิ่มเข้ามา, ทักษะใหม่ที่ต้องสอบเพิ่ม, ไปจนถึงคำถามคาใจว่าคะแนนเก่าของคุณยังขลังอยู่ไหม? สรุปครบทุกประเด็นสำคัญ เพื่อให้คุณเตรียมตัวรับมือกับมาตรฐานใหม่นี้ได้อย่างมั่นใจและไม่หลงทาง

1.เจาะลึกโครงสร้างใหม่: ระบบ “3 ขั้น 9 ระดับ” (Three Stages & Nine Levels)

            ในระบบ HSK 3.0 ได้มีการนำมาตรฐาน The Chinese Proficiency Standards มาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิน โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 มิติหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สอบ “ใช้ภาษาจีนเป็นจริงๆ” ไม่ใช่แค่จำศัพท์ไปสอบ

1.1 การแบ่งขั้นและระดับ (The 3-6-9 Structure)

ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 3 ขั้นใหญ่ ดังนี้:

  • ขั้นต้น (Elementary – ระดับ 1-3): เหมาะสำหรับนักเรียนระดับเริ่มต้น เน้นการสื่อสารเรื่องใกล้ตัว เช่น การแนะนำตัว, ครอบครัว, การซื้อของ และชีวิตในโรงเรียน
  • ขั้นกลาง (Intermediate – ระดับ 4-6): เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ภาษาจีนในเชิงธุรกิจหรือการทำงาน เน้นการอภิปรายหัวข้อทางสังคม, วัฒนธรรม, การบรรยายความรู้สึก และการอ่านบทความที่ซับซ้อนขึ้น
  • ขั้นสูง (Advanced – ระดับ 7-9): นี่คือส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่! ใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั้ง 3 ระดับ (สอบครั้งเดียวแล้วดูคะแนนว่าติดระดับไหน) เน้นทักษะระดับสูง เช่น การวิเคราะห์ข่าว, การทำวิจัย, วิทยานิพนธ์ และการเจรจาต่อรองในระดับมืออาชีพ

1.2 เกณฑ์การวัดผล “สี่ด้าน” (The Four Quantitative Indicators)

นอกจากจำนวนคำศัพท์แล้ว ในแต่ละระดับจะมีตัวชี้วัดความรู้ที่ละเอียดมาก ได้แก่:

  1. พยางค์ (Syllables): การออกเสียงและการสะกด Pinyin ที่ถูกต้อง
  2. ตัวอักษรจีน (Characters): จำนวนตัวเขียนที่ต้องจำได้ (ไม่ใช่แค่จำคำศัพท์ แต่ต้องจำตัวโดดๆ ได้ด้วย)
  3. คำศัพท์ (Vocabulary): จำนวนคำที่ต้องรู้ (ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระบบเก่ามาก)
  4. ไวยากรณ์ (Grammar): รูปประโยคและหลักภาษาที่ต้องใช้เป็นในระดับนั้นๆ

1.3 ตารางสรุปโครงสร้างความรู้แต่ละขั้น

ขั้นการเรียน พยางค์ ตัวอักษรจีน คำศัพท์

ไวยากรณ์

ขั้นต้น (1-3) 608 900 2245 210
ขั้นกลาง (4-6) 302 900 3211 147
ขั้นสูง (7-9) 200 1200 5636 67
รวมทั้งหมด 1110 3000 11092 424

4.เจาะลึก 5 ทักษะแห่งยุค HSK 3.0: เมื่อ “รู้” ไม่พอ แต่ต้อง “ใช้” ให้เป็น

ระบบใหม่เปลี่ยนจากการสอบ 3 ทักษะ เป็น 5 ทักษะ (ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน-แปล) เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล ดังนี้:

  1. การพูด (Speaking): ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือภาคบังคับ ระบบใหม่จะรวมการสอบพูดเข้ากับคะแนนรวม เน้นการโต้ตอบสด สรุปใจความ และแสดงความเห็นได้เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่จำบทมาพูด
  2. การแปล (Translation): ทักษะใหม่ที่เป็นไฮไลต์ เริ่มสอบตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป โดยต้องแปลได้ทั้ง จีน ↔ ภาษาแม่ วัดทั้งความถูกต้องของเนื้อหาและระดับภาษาที่เหมาะสมกับวัฒนธรรม
  3. การอ่าน (Reading): เน้นความเร็วและความลึก บทความจะยาวขึ้นและมีหัวข้อวิชาการมากขึ้น ต้องฝึกทักษะการอ่านเร็ว (Skimming) เพื่อจับใจความสำคัญให้ทันเวลา
  4. การเขียนและการคัดลายมือ (Writing): กลับมาคัดมือ ระดับพื้นฐาน (1-3) จะมีการวัดความเร็วและลำดับขีดในการคัดลายมือ ส่วนระดับสูงเน้นการเขียนเรียงความเชิงวิเคราะห์
  5. การฟัง (Listening): สมจริงยิ่งกว่าเดิม บทสนทนาจะเร็วขึ้นเหมือนคนจีนคุยกันจริงๆ และอาจมีเสียงรบกวนหรือสำเนียงที่หลากหลาย เพื่อจำลองสถานการณ์จริง

ถึงแม้จำนวนคำศัพท์จะดูน่าตกใจ (โดยเฉพาะระดับ 1 ที่เพิ่มจาก 150 เป็น 500 คำ) แต่การปรับเปลี่ยนนี้จะช่วยให้คุณ ใช้ภาษาจีนได้จริง” มากขึ้น ผลลัพธ์คือเมื่อคุณผ่านระดับใดก็ตาม คุณจะสามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

อย่าเพิ่งท้อกับจำนวนศัพท์ที่เพิ่มขึ้น เพราะทุกคำที่คุณเรียนรู้ คือประตูที่เปิดกว้างสู่โอกาสใหม่ๆ ในประเทศจีน!”

สรุปสั้นๆ คือ HSK 3.0 คือการปรับมาตรฐานการวัดระดับภาษาจีนครั้งใหญ่จาก 6 เป็น 9 ระดับ โดยเพิ่มคลังคำศัพท์ให้มากขึ้นและเน้นทักษะการใช้งานจริงทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน และการแปล เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะที่ครบเครื่องและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลครับ

หากคุณไม่อยากหลงทางกับระบบใหม่ สถาบันสอนภาษาจีนจงซิน พร้อมพาคุณพิชิตทุกเป้าหมายด้วยหลักสูตรอัปเดตล่าสุดที่ช่วยให้การจำศัพท์และการแปลเป็นเรื่องง่าย สอนเทคนิคครบจบในที่เดียวเพื่อให้คุณสอบผ่าน HSK 3.0 ได้อย่างมั่นใจและนำไปใช้ต่อยอดอนาคตได้จริง

Share :

Search Here

Recent Post

คำศัพท์ภาษาจีนเกี่ยวกับการเริ่มทำงานในปีใหม่

มกราคม 4, 2026

คำศัพท์ภาษาจีนสำหรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ธันวาคม 27, 2025

คำศัพท์ภาษาจีนเกี่ยวกับของขวัญวันคริสต์มาส

ธันวาคม 20, 2025

เพราะการเรียนภาษาจีนที่ดี เริ่มจากที่ที่เข้าใจคุณ

Zhong Xin พร้อมพาคุณพูดภาษาจีนได้จริง ด้วยคอร์สเรียนที่ยืดหยุ่น เรียนตัวต่อตัวกับ เหล่าซือจีน / ไทย ครูใจดี และสอนเข้าใจง่าย ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากศูนย์ หรืออยากต่อยอด เรามีคอร์สสำหรับทุกเป้าหมายของคุณ

เพราะการเรียนภาษาจีนที่ดี เริ่มจากที่ที่เข้าใจคุณ